เมืองมัทซึโมโตะ

สวัสดีค่ะ สำหรับบทนี้ดิฉันขอเล่าถึงทิวทัศน์เมืองมัทซึโมโต้ เมืองที่ดิฉันได้มีโอกาสไปดูงานในขณะที่ดิฉันทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งแต่ดิฉันขอไม่ออกนามบริษัทแห่งนั้นนะคะ ดิฉันเดินทางไปเมืองมัทซึโมโต้ 1 สัปดาห์ท่านประธานบริษัทขับรถพาดิฉันขึ้นรถชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ เมือง และในวันหยุดที่เหลือท่านประธานบริษัทก็ได้ให้หลานชายท่านพาดิฉันเดินรอบเมือง รวมทั้งที่ขาดเสียไม่ได้เลย คือ ร้านอาหาร ดิฉันได้ไปทานอาหารที่ร้านดัง ๆ ประมาณ 3 ร้าน

ดิฉันไปทานซูชิร้านที่มีชื่อที่สุดที่เมืองนี้ ที่ร้านนี้แบ่งเป็นห้อง แล้วการเสริฟอาหารเป็นแบบใช้รางเลื่อนอาหารไปส่งตามห้องต่าง ๆ    ที่เมืองไทย เราคงเห็นอยู่บ้างสำหรับการเสริฟอาหารที่ใช้ราง แต่ดิฉันยังไม่เคยได้ยินนะคะว่าใช่รางเสริฟอาหารถึงห้อง แล้วท่านทราบไหมคะว่าร้านอาหารประเภทนี้ต้องแต่งกายสุภาพวันนั้นท่านประธานรวมทั้งหัวหน้าของดิฉันใส่สูทไปทานด้วยกัน อีกเรื่องคืออาหารค่ะ ซูชิที่นี่หน้าตาไม่เหมือนกับบ้านเราเลยค่ะ ที่บ้านเรามักมีแค่ซูชิหน้าปลาโอ ปลาแซล มอน ปราซาบะ ปลาเมกูโระ ไข่หวาน ปลาไหล ปลาหมึกยักษ์ และหอย แต่ซูชิที่ร้านนี้มีอีกหลายชนิด ในเมนูมีรายการอาหารเป็นหน้าเลยค่ะ ดิฉันได้ลิ้มลองแล้วยังติดใจ นี่ถ้าไม่เกรงใจหรือกลัวอ้วนดิฉันคงทานจนพุงกลาง ในวันถัดมาดิฉันได้ไปอีกร้านหนึ่งคือร้านนะเบะ ทุกท่านคงคิดว่าคล้ายกับสุกี้ยากี้ บ้านเรา ดิฉันขอบอกว่า ร้านนี้นะเบะอร่อยมาก น้ำซุปขาวใส มีรสหวาน ส่วนประกอบที่นำมาทำนะเบะ คือ ผักสด เห็ด และ เนื้อชั้นยอด อีกเมนูหนึ่งที่ดิฉันได้ทานคือเทมปุระ ผักที่มักเอามาทำคือ ฟักทอง มะเขือม่วงลูกใหญ่ มัน มีประมาณนี้ค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่นิยมคือ กุ้ง เอกลักษณ์ที่สำคัญของกุ้งชุปแป้งทอดคือ ต้องทอดแล้วเป็นตัวยาว ๆ ไม่โค้งงอ รสชาติอร่อยมาก สรุปแล้วดิฉันไปญี่ปุ่นน้ำหนักตัวขึ้น 3-4 กิโล และหลังจากกลับมาเมืองไทย งานเข้าค่ะ ต้องไปออกกำลังหายเอาน้ำหนักตัวออกแทบไม่ทัน

มาดูวิว ทิวทัศน์ของเมืองมัทซึโมโต้กันบ้าง เมืองนี้เป็นเมืองภูเขา ภูเขาทุกลูกเขียวชอุ่ม ปกคลุมไปด้วยไม้สน ซึ่งไม้ประเภทนี้นำมาทำ เฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือตกแต่งซ่อมแซมบ้านเรือนก็ใช้ไม้ประเภทนี้แหละคะ แล้วที่น่าสนใจที่ดิฉันประทับใจคือ เขาลูกใดมีการตัดไม้ที่โตเต็มที่แล้ว จะมีต้นสนขนาดเล็กปลูกแซมอยู่ ดิฉันเห็นแล้วต้องหันไปถามท่านประธาน ท่านตอบดิฉันว่าถ้าตัดต้นเก่าแล้วไม่ปลูกทดแทน เยาวชนรุ่นลูกหลานจะไม่มีไม้ใช้ค่ะ ผิดกับบ้านเราที่มีการบุกรุกทำลายป่าแอบตัดไม้ไปขาย รัฐบาลต้องคอยกำหลาบคอยปราบปรามจนเป็นข่าวใหญ่โตตามหน้าหนังสือพิมพ์ ข้าง ๆ ภูเขา มักเป็นลำธาร แล้วน้ำในลำธารก็ขาวใสสะอาดเหมือนน้ำตกบ้านเรา ในลำธารมักเต็มไปด้วยก้อนหิน ซึ่งลำธารเล่านี้ก็อยู่ข้าง ๆ ถนนนี่เอง บ้านเราของชาวญี่ปุ่นของเมืองนี้จะตั้งอยู่ที่ราบตีนเขา เมื่อมองไปแล้วจะเห็นเป็นกลุ่มบ้านแล้วมีภูเขาสูงตะหง่าน ซ้อนกันหลายลูกเป็นฉากหลัง เป็นทิวทัศน์ที่งดงามเหลือเกิน ชาวบ้านพวกนี้มาทำงานกันโดยเดินเท้าเปล่าหรือปั่นจักรยานเข้าไปในเมือง ที่บริษัทที่ดิฉันไปดูงานก็มีคุณลุงคุณป้า 2-3 ท่านมีบ้านอยู่ที่ตีนเขาเหล่านี้ด้วยคะ ส่วนในตัวเมืองก็จะมีโอชิโละ มีลักษณะเหมือนปราสาท เข่น โอซาก้าโจ ที่มีซื่อเสียง โอชิโละที่เมืองนี้ใครเข้าไปต้องจ่ายค่าบัตรผ่านประตู โอชิโละตั้งอยู่ในสระน้ำที่เลี้ยงปลาตัวใหญ่มากมายตัวสีแดงๆ ดำ ๆ สีทองและสีเผือก เหมือนปลาคร๊าฟ ลักษณะปราสาทของประเทศญี่ปุ่นมี

Author: Wraporn Santikunaporn