เล่าประสบการณ์การเรียนภาษาญี่ปุ่น คันจิ ฮิรางานะ และ คะตาคานะ

เมื่อสิบปีก่อน ดิฉันมีโอกาสดีได้ไปเรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น ภาษานี้เมื่อเปรียบเทียบกับภาษาไทย ดิฉันตอบไม่ได้ว่าภาษาใดยากกว่ากัน โดยประวัติศาสตร์แล้ว ภาษาญี่ปุ่น กำเนิดจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่อพยบออกมาจากจีนแล้วไปหาดินแดนตั้งรกรากใหม่ก็พอดีไปเจอบริเวณเกาะญี่ปุ่นนั่นเอง

พยัญชนะภาษาญี่ปุ่นมีกี่ประเภท อะไรบ้าง

ภาษาญี่ปุ่นประกอบไปด้วยตัวพยัญชนะ 3 ชนิด คือ "ฮิรางานะ คะตาคานะ คันจิ"เดี๋ยวดิฉันจะแนะนำแต่ละพยัญชนะว่าแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจมากยิ่งขึ้น

ฮิรางานะ และคะตาคานะ

มีฐานวรรคต่าง ๆ เช่น วรรค อะ (あ) , วรรค คะ (か) , วรรค นะ (な) , วรรค ตะ (た) , วรรค สะ (さ) , วรรค ฮะ (は) , วรรค ปะ (ぱ) , วรรค ละ (ら) เป็นต้น คำต่าง ๆ ที่เขียนโดยอักษรฮิรางานะ จะค่อนข้างยาว

ตัวอย่างเช่นคำว่า

  • ยางลบ อ่านว่า เคชิโกมุ (けしごむ)
  • อิจฉา อ่านว่า อุรายามะชี่ (うらやましい)
  • ท้อง อ่านว่า โอนากะ (おなか)
  • สวัสดีตอนเช้า อ่านว่า โอไฮโยโกะไซมัส (おはいよこさいます)
  • ขอบคุณ อ่านว่า อะรอกาโต้โกะไซมัส (ありがとうごさいます)

ส่วนคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ คนญี่ปุ่นมักเขียนด้วยอักษรที่มีชื่อว่า คะตาคานะ เช่น คำว่า

  • โต๊ะ ภาษาอังกฤษอ่านว่า Table ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า テブル(เทบูรุ)
  • ผู้จัดการ ภาษาอังกฤษอ่านว่า manager ภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า メネジ

คันจิ

ในคำที่มีความหมายเหมือนกันนั้น ภาษาญี่ปุ่นจะมีคำอีกประเภทหนึ่งคือ "คันจิ" ที่ทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ยากแสนสาหัส อักษรคันจิเป็นอักษรภาพ เวลาจำต้องจำแบบรูปภาพ

ตัวอย่างเช่น

  • ป่า ประกอบไปด้วยรูปต้นไม้ 3 ต้น (森) เรียงกันอ่านว่า โมริ
  • แม่น้ำ อ่านว่า คาวะ มีลักษณะเหมือนรูปภาพ เป็นเส้นลากจากบนลงล่างยาว ๆ 3 เส้น (川)
  • หรือหนังสือทำมาจากกระดาษ มีลักษณะตัวอักษรคล้ายต้นไม้ แต่มีขีดที่โคนต้น อ่านว่า โฮ่ง (本)

เสียง "คันจิ"

การออกเสียง “อง” และเสียง “คุน”

และตัวคันจิมีเสียงอ่านทั้งเสียง “อง” และเสียง “คุน” หรือบางทีตัวอักษรคันจิ 1 ตัว อาจจะอ่านได้มากกว่า 2 เสียงก็เป็นไปได้

ตัวอย่างเช่น

  • สูง อ่านว่า โก (高), ทะ ใกล้ (高い)
  • พระจันทร์ อ่านได้ทั้ง เก็ดซึ, กัสซึ, ซึกิ (月)
  • อะไร อ่านได้ทั้ง นานี่, นั่น (何)
  • วัน อ่านได้ทั้ง บิ, นิจิ (日)

"คันจิ" ที่ออกเสียงซ้ำกัน

อักษรคันจิมักจะมีเสียงอ่านที่ซ้ำกัน เช่น

  • เสียงอ่านว่า คิ มีอักษรต่างๆ ที่อ่านแบบนี้แต่เขียนแตกต่างกัน (気 แปลว่ารู้สึก , 来 แปลว่ามา , 機 แปลว่าเครื่องจักร , 木 แปลว่าต้นไม้ , 期 แปลว่าระยะเวลา )
  • เสียงที่อ่านว่า ทะ มีอักษรที่อ่านเหมือนกันแต่เขียนและมีความหมายต่างกันดังนี้ (他 แปลว่าอื่น ๆ , 田 แปลว่าที่นา , 多 แปลว่ามาก )

การเขียน "คันจิ"

สิ่งที่ยากสำหรับอักษรคันจิอีกอย่างคือเราต้องจำเป็นคำ ๆ ไปอย่างไม่มีหลักเกณฑ์ อักษรคันจิมีจำนวนขีดตั้งแต่

  • 1 ขีด เช่น อิจิ (一) ที่แปลว่า หนึ่ง
  • 2 ขีด เช่น นิ (二) ที่แปลว่า สอง
  • 3 ขีด เช่น ซัง (三) ที่แปลว่า สาม
  • 4 ขีด เช่น โย้ง (四) ที่แปลว่า สี่ไปจนถึง 10 กว่าขีด

ตัวอย่างเช่น

  • กิน อ่านว่า ทะเบรุ (食べる) มี 9 ขีด
  • นอน อ่านว่า เนรุ (寝る) มี 13 ขีด
  • ขึ้น อ่านว่าโนรุ (乗る) มี 9 ขีด
  • ไป อ่านว่า อิคุ (行く) มี 6 ขีด

สรุป

เห็นหรือยังคะว่าอักษรคันจิมีความยากขนาดไหนแต่สิ่งหนึ่งที่เป็นทริกสำหรับการเรียนอักษรคันจิคือ รากศัพท์ค่ะ ถ้าเราจำรูปภาพได้แล้ว ภาพต่าง ๆ เหล่านั้นจะมีความหมายที่แน่นอน จนเราสามารถเดาคำศัพท์ที่มาจากรากศัพท์คำนั้น ๆ ได้เลย เช่น คำว่า กักกึ (学) ตัวอย่างเช่น แปลว่านักเรียน อ่านว่า กักเซ (学生) , แปลว่าโรงเรียนอ่านว่า กักโค (学校) หรือ แปลว่าวิทยาศาสตร์อ่านว่า คะกักกึ (科学)

Author: Wraporn Santikunaporn

เสียงตอบรับจากลูกค้าที่ใช้บริการ
เล่าประสบการณ์การเรียนภาษาญี่ปุ่น คันจิ ฮิรางานะ และ คะตาคานะ

ขอขอบคุณลูกค้าที่ได้เข้ามาใช้บริการบทความน่ารู้ กับ Pasa24 ทุกเสียงตอบรับจากลูกค้า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองบริการทางด้านการแปลภาษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด


  1. P14726 ธงประเทศญี่ปุ่นธงประเทศไทย
  2. P11144 ธงประเทศไทยธงประเทศอังกฤษ
  3. P79393 ธงประเทศญี่ปุ่นธงประเทศไทย
  4. P71463 ธงประเทศไทยธงประเทศอังกฤษ
  5. P73853 ธงประเทศไทยธงประเทศอังกฤษ
  6. P29249 ธงประเทศอังกฤษธงประเทศไทย
  7. P42395 ธงประเทศไทยธงประเทศอังกฤษ
  8. P34312 ธงประเทศไทยธงประเทศอังกฤษ